ผู้ที่ทำงานอย่างมีความสุข
วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559
ผู้ที่ทำงานอย่างมีความสุข
แนวคิด (ทำไมทำงานพวกนี้แล้วมีความสุข)
เพราะเป็นงานที่รักและชอบ
ความจริงไม่เคยคิดว่าจะได้มาเปิดร้านอะไรแบบนี้ ส่วนตัวเพียงแค่เป็นคนที่ชอบจัดสวน
ตกแต่งสวน แต่งกิ่ง ทำนู้นนี่นั้นไปเรื่อยๆ เจ้าของร้านบอกว่า
ตัวเองเป็นที่โชคร้ายน่ะ
แต่ในความโชคร้ายมักจะมีความโชคดีเพราะแกรู้ตัวช้าไปว่าแท้จริงแล้วแกชอบและรักในงานอะไรแกเล่าว่าตอนนั้นยังไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเปิดร้านอะไรแบบนี้
เพราะตอนนั้นแกยังทำอาชีพเป็น ส.อบต. อยู่แกเป็น ส.อบต.มา 8 ปี หรือ 2 สมัย
แล้วพอหมดวาระจึงได้ตัดสินใจลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านแต่ผลออกมาคือไม่ได้และแกก็ยังหวังรอโอกาส
ที่จะลงสมัคร ส.อบต. อีกครั้งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้
ด้วยความที่ตั้งความหวังไว้สูงมากเลยทำให้แกรูสึกผิดหวังอย่างมากพร้อมทั้งในช่วงนั้นโดนชาวบ้านว่าสารพัด
ดูถูก แกเจ็บใจที่โดนว่าและดูถูกแบบนั้น
และแกเป็นคนที่เห็นโอกาสจะต้องรีบไขว่คว้าไว้ ช่วงนั้นมีคนมาเที่ยวที่บ้าน
แล้วเขาพูดว่า “ โห บ้านสวยจังเลย
พื้นที่ก็กว้าง บรรยากาศดี ต้มไม้ล้อมรอบ ทำไมไม่ลองทำธุรกิจส่วนตัวดูล่ะ” เวลาผ่านไปไม่นานด้วยความที่ยังรู้สึกผิดหวังกับการลงสมัครในครั้งนั้น
และคำดูถูกของชาวบ้าน เขาจึงตัดสินใจที่จะทำรีสอร์ทขึ้นมา
ตอนแรกๆก็กลัวว่าทำแล้วจะไม่มีคนมาพักก็เลยลองทำดูสัก1-2 หลัง
พร้อมกับเปิดเป็นร้านอาหารอยู่ใต้ถุงบ้านซึ่งปรากฏว่าเริ่มมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ
ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทั่วๆไปจากที่อื่นหรือจะเป็นลูกค้าที่เขามาทอดกฐินที่วัดในหมู่บ้านเขาก็มาพักที่นี่หมด
ด้วยความที่ชอบจัดสวนตกแต่งสวน แกเลยมาพัฒนาในบ้านของตัวเอง
จัดตกแต่งนู้นนี่นั่นไปให้ดูสะอาดและสวยงาม
จากนั้นเริ่มมีเงินเก็บเลยตัดสินใจสร้างรีสอร์ทเริ่มอีกทีล่ะ 1-2 หลัง
จนมีเยอะมากขึ้น จนมีคนมาพักเยอะแยะมากมายรวมทั้งร้านอาหารก็ไปได้ดี
แกมีลูกจ้างแค่หนึ่งคนไว้คอยช่วยเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้านอกนั้นแกเป็นคนจัดการเองหมด
เป็นตั้งแต่เจ้าของธุรกิจ ยัน คนสวน คนทำอาหาร
พวกเราถามแกว่าไม่เหนื่อยหรอทำคนเดียว แกบอกว่าไม่เหนื่อยแต่กลับรู้สึกมีความสุขด้วยซ้ำเวลาที่ได้ทำ
เวลาที่ได้ทำอาหารให้ลูกค้าแกชอบที่มีลูกค้ามาใช้บริการเยอะๆถึงจะเหนื่อยแต่มันก็คือความสุข
จนถึงตอนนี้แกได้ทำธุรกิจนี้เป็นเวลา 3 ปีแล้ว
ลูกค้าก็มีมาเรื่อยไม่ซ้ำหน้ารวมถึงมีทั้ง กรุง ศรีวิไล ที่ได้มาใช้บริการที่นี่ด้วย
แกบอกว่าแกเป็นคนที่รู้ตัวช้าไปหน่อยว่าที่จริงแล้วแกชอบและรักอะไร
แต่สุดท้ายก็หาสิ่งที่ตนเองรักจนเจอ
การเปิดธุรกิจแบบนี้เป็นสิ่งที่ยากกว่าคนเราจะทำได้ ถ้าไม่มีกำลังใจ
ไม่มีคนที่คอยอยู่ข้างๆ และไม่มีปัจจัยภายนอกอื่นๆอีกหลายอย่าง และก็ต้องใช้เวลาด้วยกว่าจะมาได้ไกลกว่าจะมีคนมาติดมาใช้บริการ
แกเคยบอกว่าในความโชคร้ายมักมีความโชคดีอยู่เสมอ
การที่แกไม่ได้เป็นข้าราชการแล้วมาเปิดร้านนี้แทนแล้วทำให้มีลูกค้าติดได้เร็วขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากเราเคยทำงานในวงกว้างมาก่อนลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะรู้จักจากการเคยเป็น
ส.อบต. เลยตามมาอุดหนุนใช้บริการ มาถึงตอนนี้แกไม่เคยเสียใจเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แกบอกดีแล้วด้วยซ้ำที่ตอนนั้นลงสมัครไม่ได้ เพราะแกยอมรับว่าการที่แกลงสมัคร
1.คือได้เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวบ้าน 2. ก็คือได้กินเงินเดือน
ถ้ามีเงินเดือนอย่างน้อยก็จะได้นำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวได้
แต่พอถึงวันนี้แกบอกดีใจมากที่ตอนนั้นไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านเพราะตอนนี้ถ้านับเป็นเงินเดือนแล้วได้มากกว่าการเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็น2-3
อีก
และแกบอกว่ากว่ามาถึงจุดนี้ก็ยากเหมือนกันแต่เป็นเพราะแกมีกำลังใจดีนั่นก็คือลูกสาว
ที่คอยให้กำลังใจตลอดไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรเข้ามาลูกสาวเป็นคนเดียวที่ทำให้แกมีกำลังที่จะสู้อีกครั้ง
แกเลยเปิดรีสอร์ทโดยตั้งเป็นชื่อของลูกสาวก็คือ “เพื่อน โฮมสเตย์รีสอร์ท” เพื่อหวังว่าจะได้มอบให้ลูกสาวในวันข้างหน้าและกลับมาบริการแทนตัวแกเองได้
งานบริการเป็นงานที่แกรักและเต็มใจที่จะมอบให้กับลูกค้าทุกคน
ทุกวันนี้แกภูมิใจมากที่มาได้ไกลขนาดนี้อย่างน้อยก็สามารถทำให้ชาวบ้านที่เคยดูถูกเราไว้
ได้ทึ่งในตัวเราได้
ว่าเป็นแค่ผู้หญิงตัวเดียวแต่ก็สามารถพัฒนาตัวเองจนได้ดิบได้ดีอีกครั้งการทำธุรกิจแบบนี้แกบอกว่าทำให้แกได้ประสบการณ์ต่างๆที่เข้ามามากมาย
ไม่ว่าจะเป็นทำอาหารที่แตกต่างจากที่เคยทำ
ทำอาหารทีล่ะเยอะเวลาเขามาเช่าสถานที่ประชุม การต้อนรับลูกค้า
ลูกค้าแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน บางคนก็ดีพูดดี มารยาทดีและบางคนมาแบบพูดจาไม่เพราะ
ขี้โมโห มือไม้ยาวจับนู้นนี้ แต่แกก็ถือว่าเป็นลูกค้าเราต้องค่อยบริการให้ดีที่สุด
ต้องมีความอดทน อย่าไปแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่ดีต่อลูกค้า
ถ้าเราบริการเขาดีครั้งต่อไปเขาก็จะมาใช้บริการร้านเราอีกแต่ถ้าเราขี้โมโห
ด่าลูกค้าครั้งหน้าเขาก็จะไม่มาใช้บริการอีกรวมทั้งอาจจะไปบอกคนอื่นๆอีกด้วยซ้ำว่าร้านเราบริการแย่
และแกบอกว่าการทำงานประเภทนี้ทำให้แกไม่เหงามีเพื่อนเยอะแยะมากมายเข้ามาให้เรารู้จัก
ไปไหนก็มีแต่คนนับหน้าถือตาชื่นชมตลอด
ถ้าถามว่าทำไมถึงทำงานนี้แล้วมีความสุขก็ตอบได้คำว่าเดียวว่ามันเป็นงานที่รัก
รักที่จะใช้ชีวิตแบบไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใครเราก็ทำงานของเราไปและรักที่จะได้ให้บริการผู้คนมากมาย
นำจิตวิทยามาประยุกต์ใช้อย่างไร(ในการทำงานในชีวิตประจำวัน)
ในด้านของการทำงานก็อาจจะช่วยในเรื่องการปรับตัวและแก้ปัญหาทางจิตใจของตนเอง
รู้วิธีรักษาสุขภาพจิตของตนเอง รู้วิธีเอาชนะปมด้อย วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
และขจัดความวิตกกังวลต่างๆ ได้ ช่วยให้เกิดการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น
สามารถเข้าใจและรู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับผู้อื่นและเมื่อเรามีความสุขในการทำงานเราก็จะสามารถประกอบกิจการงานประสบความสำเร็จตามความปรารถนา
มีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีอารมณ์ขุ่นมัวหรือวิตกกังวล
มีอารมณ์มั่นคง มีความอดทนและมีความสามารถต่อสู้อุปสรรคต่างๆ ได้
เป็นคนที่ยอมรับความจริงในชีวิต ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมเพื่อชีวิตของเราจะมีความสุขและประสบความสำเร็จมากขึ้น
นอกจากนี้เรายังต้องเป็นคนที่สนใจและเข้าใจในความคิด ความรู้สึกของคนรอบข้างอย่าเห็นแก่ตัวอย่าเอาความคิดของตัวเองเป็นหลักเช่นเวลาจะพูดอะไรในเรื่องของการพูดจาก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
เวลาจะพูดกับลูกค้าต้องคิดก่อนพูดเสมอ
ถึงแม้ว่าจะหงุดหงิดจากพฤติกรรมของเขาแต่เราอย่าแสดงออกให้นึกถึงความรู้สึกเขา
เอาใจเขามาใส่ใจเรา และการรับรู้และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้อื่นได้ดี
คือ รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร
หรือว่าถ้าเขาต้องการอะไรเพิ่มเราก็ต้องพยายามหามาให้ก็อย่างเช่นที่ได้เคยพูดไปคือตอนแรกห้องพักไม่มีเครื่องปรับอากาศพอลูกค้าต้องการทางเราก็พยายามซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดไว้ทุกห้องตามความต้องการของลูกค้าเท่าที่เราพอทำได้และอีกอย่างเราจะต้องมีความจริงใจต่อผู้อื่นต่องานบริการ
จริงใจที่จะต้อนรับลูกค้า จริงใจในคำพูดจาต่างๆถ้าเราแสดงความจริงใจต่อเขา
เขาก็จะมีความจริงใจตอบแทนเรากลับมาเช่นกัน ในการเปิดบริการแบบนี้
แน่นอนคือเราอาจจะไม่ค่อยได้พักผ่อนยิ่งเราไม่ได้จ้างลูกจ้างเยอะ
ทุกอย่างก็ต้องเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำคนเดียวหมด
ฉะนั้นการที่เราจะทำงานได้อย่างมีความสุขได้นั้น
เราก็ต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บด้วยการดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าเราป่วยไปคนหนึ่ง
ก็จะไม่มีใครมาทำแทนได้เลยเพราะฉะนั้นเราต้องหมั่นดูแลตนเองอยู่เสมอคนที่มีร่างกายแข็งแรง
สุขภาพดี ย่อมมีจิตใจร่าเริง
สนุกสนาน ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่แข็งแรง
ย่อมเจ็บป่วยเสมอ ทำให้มีอารมณ์หงุดหงิด
รำคาญใจ ดังนั้นเราจึงควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์
มีการพักผ่อนเพียงพอ รักษาความสะอาดของร่างกายและเครื่องใช้และหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอเพื่อสุขภาพของเราเองการใช้ชีวิตอยู่ในทุกนี้กำลังมีความสุขถ้าเกิดป่วยซะก่อนคงแย่555
ทุกวันนี้ก็ทำเองจัดการเองทุกอย่างทุกเรื่องที่อยู่ได้นี่ก็เพราะว่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบมีความหวังมาตลอดหวังว่าวันหนึ่งกิจการจะต้องเป็นที่รู้จักมากขึ้น
มีคนมาใช้บริการมากขึ้น แม้บางครั้งจะรู้สึกท้อ
รู้สึกเหนื่อยบ้างก็ตามแต่ยังไงคนเราก็ต้องมีความหวังอยู่เสมอ อย่างสมัยก่อนที่เคยล้มเหลว
ที่เคยแย่ก็จะคิดหวังเสมอว่าเราจะไม่อยู่ในสภาพเช่นนี้ตลอดไป สักวันหนึ่งเราอาจจะดีขึ้นได้จึงทำให้มีทุกวันนี้ได้บางครั้งก็เครียดนะ
แต่ทุกครั้งที่รู้สึกเครียดเราจะต้องหาอะไรทำ
หาทางระบายอารมณ์แต่ต้องไม่เป็นที่เดือดร้อนของสังคมนะ เช่น เวลาเครียดก็อาจจะไปกวาดใบไม้หลังบ้าน
เดินไปดูบ้านพัก ปลูกดอกไม้ ตกแต่งมุมต่างๆ
มันก็สามารถช่วยให้เราลืมความเครียดลืมเรื่องที่เครียดไปได้และเวลาบางคนเขามาพักมาเที่ยวเขาก็เป็นเจ้าของรีสอร์ทกับร้านอาหารเหมือนกันนะ
แต่เขาก็จะชมเราตลอดว่าเราจัดตกแต่งบ้านพักได้สวย มันก็จะทำให้เราดีใจนะว่าขนาดเจ้ารีสอร์ทเขายังชมเราเลยทำให้เรามีกำลังพัฒนาขึ้นอีกแต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเด่น
ต้องดี ต้องสำคัญกว่าผู้อื่น
การคิดแต่เรื่องของตัวเองจะทำให้เราไม่มีความสุขเลย เพราะไม่ว่าเราจะคิดอะไร ทำอะไรหรือไปที่ไหน
จะต้องตกอยู่ในภาวะของการแข่งขันตลอดเวลาแบบนี้ไม่เอา
เราจะไม่คิดแบบนั้นเราแค่พอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ในตอนนี้ในเวลานี้ฉันโอเคแล้วพอใจในงานหรือสิ่งที่ตนทำอยู่
จะทำให้เราเกิดอารมณ์สนุก ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
ทำให้ชีวิตน่าสนใจ มีความกระตือรือร้นในการทำงาน
มีกำลังใจเข้มแข็งในการต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส ทำให้ชีวิตมีความสุขและสดชื่นอยู่เสมอแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนเราก็ใช่ว่าจะดีไปซะทุกอย่าง
ทุกคนย่อมมีความพกพร่องและข้อผิดพลาดของตนเองอยู่เสมอ การที่เรารู้จักตนเองและเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง
จะช่วยให้เรายอมรับข้อบกพร่อง หรือความผิดพลาดของตนเอง
และให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่นได้ ยอมรับสภาพของตัวเองโดยไม่เปรียบเทียบกับคนอื่น
เพราะการเปรียบเทียบจะทำให้เราเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจว่า
ทำไมเราจึงไม่โชคดีอย่างคนอื่น แต่เราอาจไม่ทราบว่า
คนอื่นเขาก็มีความทุกข์เหมือนกันบางคนทุกข์กว่าเราอีก
บางคนเป็นเจ้าของรีสอร์ทก็จริงแต่ก็ยังเป็นหนี้เป็นสิ้นคนอื่นอยู่ทำธุรกิจไม่สำเร็จบ้าง
ล้มเหลวบ้าง แต่เขายังสู้เลย เราเจอปัญหาและอุปสรรคน้อยกว่าเขาอีก
ฉะนั้นเราต้องสู้ไม่ว่าจะเจอปัญหาเข้ามามากแค่ไหนก็ต้องสู้ บางคนมาขอคำปรึกษาเรานะ
อะไรที่เราช่วยได้เราควรช่วยไม่ว่าจะคำปรึกษาหรืออื่นๆการทำสิ่งใดให้ใครโดยหวังผลตอบแทน
ย่อมจะทำให้ผิดหวังได้มากเพราะมัวแต่กังวลอยู่ว่าเราจะได้รับอะไรเป็นการตอบแทนหรือไม่
มากน้อยเพียงใด เมื่อไม่ได้รับตามที่ตนคาดหวังก็จะผิดหวังทำให้ไม่มีความสุข
เพราะฉะนั้นอะไรที่ช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ก็ช่วยไปเถอะ
อย่าหวังผลตอบแทนเลย ถ้าเราทำดีสิ่งดีๆก็ย่อมจะตามมาเสมออยู่แล้ว
ส่วนสำหรับคนที่เคยว่าเคยดูถูก ถ้าเราไม่เก็บมาใส่ใจ เราไม่สนใจไม่แคร์ซะอย่าง
คำพูดของเขาก็จะไม่สามารถมาทำลายจิตใจของเราได้ ก็ช่างๆเขาไปเถอะ คิดซะว่า
เขาไม่เป็นเราเขาไม่รู้หรอกบางครั้งเราก็ควรปล่อยให้เหตุการณ์บางอย่างผ่านไปตามแนวทางของมันอย่าไปฝืนหรือเอาจริงเอาจังเกินไป
เมื่อทำอะไรไม่สำเร็จก็เกิดอารมณ์ตึงเครียด
อย่าไปยึดติดเกินไปปล่อยๆไปบ้าง อะไรที่หนักๆก็ปล่อยมันลงบ้าง ชีวิตจะได้สบายๆไม่หนักหน่วงจนเกินไป
แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยเกินจนวันๆไม่ยอมทำอะไรนะ ถ้าอยากให้ชีวิตมีค่าก็อย่าปล่อยให้เวลาว่างไปวันหนึ่ง
ๆ โดยไม่ทำอะไรเลยการปล่อยให้เวลาว่าง จะทำให้คิดฟุ้งซ่าน ต้องพยายามหางานอดิเรกที่เราสนใจทำ
เช่น ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา อ่านหนังสือ ฯลฯ โดยเฉพาะงานอดิเรกที่เกี่ยวพันกับธรรมชาติ
จะช่วยบำรุงจิตใจให้ชีวิตมีความสุขสดชื่น และมีความสงบ
ปัจจัยภายนอกเกื้อหนุนอย่างไรกับงานเหล่านี้
สำหรับปัจจัยภายนอกก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบธุรกิจแบบนี้อยู่
เพราะแน่นอนอยู่การเปิดธุรกิจแบบยังคงต้องการปัจจัยภายนอน เช่น บุคคล ลูกค้า
ซึ่งถ้าไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเราก็คงจะไม่สามารถเปิดธุรกิจขึ้นมาได้จะถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยก็ว่าได้
หรือไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะ ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเราไม่มียานพาหนะ
เราก็จะออกไปซื้อของใช้ต่างๆเพื่อซื้อเข้ามาตกแต่งหรืออื่นๆภายในรีสอร์ทไม่ได้
ไหนจะเป็นเสื้อผ้าการแต่งตัว ก็ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาเจ้าของกิจการ
ถ้าเป็นถึงเจ้าของกิจการแล้วการแต่งตัวดูไม่ได้ ไม่สะอาด
ก็จะไม่เป็นที่นับหน้าถือตา
ลูกค้าที่มาใช้บริการก็จะว่าและตำหนิเราได้ก็จะทำให้เราหมดความน่าเชื่อถือ
และอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อากาศ น้ำ
ซึ่งก็ต่างเป็นปัจจัยภายนอกที่คนเรายังต้องการยิ่งเปิดร้านอาหาร
อาหารก็ยิ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก
และไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยก็เป็นสิ่งจำเป็นและมีผลต่อการประกอบกิจการเพราะถ้าไม่มีบ้านพักอาศัยเราคงไม่สามารถเปิดธุรกิจแบบนี้ขึ้นมาได้
ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นงานแบบนี้ใช่ว่าจะเปิดกันได้ง่ายๆถ้ามีตัวคนเดียวก็คงจะมาได้ไม่ไกลขนาดนี้
ปัจจัยภายนอกอีกอย่างที่สำคัญก็คือเพื่อน ญาติพี่น้อง
ที่ได้คอยช่วยคอยเกื้อหนุนกันมาตลอดเพื่อให้กิจการสำเร็จและเจริญมาได้ถึงทุกวันนี้
ขาดเหลืออะไรพี่น้องและเพื่อนๆนี่แหละที่จะคอยช่วย ค่อยให้คำแนะนำ
เพราะคนเราไม่สามารถที่จะเกิดมาเพื่ออยู่คนเดียวเพื่อเผชิญปัญหาทุกอย่างคนเดียวได้
คนเราต้องมีเพื่อน มีพี่น้องไว้ให้เราปรึกษาเวลาทุกข์ เวลาเจอปัญหาต่างๆ
หรือไม่ว่าจะเป็นคนรัก ก็คือลูกสาว นี่ถ้าไม่มีลูกสาวก็คงไม่คิดจะเปิดเลยละ
เพราะไม่รู้จะเปิดไปเพื่อใคร
เพื่ออะไรทุกวันนี้ก็ทำให้เขาคนเดียวและลูกสาวก็เป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับแก
ปัจจัยภายนอกต่างๆที่ได้บอกมานี้ย่อมเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนในการประกอบกิจการนี้เป็นอย่างมากหรือพูดง่ายๆคือถ้าขาดปัจจัยภายนอกเหล่านี้ไปก็คงจะไม่สามารถเปิดธุรกิจนี้ขึ้นมาได้
ไม่ว่าจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบ
ถ้าขาดปัจจัยเหล่านี้ไปจากที่เป็นคนที่ทำงานนี้แล้วมีความสุขก็คงจะไม่มีความสุขเพราะขนาดบางวันที่ลูกค้าไม่มีหรือยังไม่เข้าร้าน
เรายังแอบหงุดหงิดเลยแต่พอมีลูกค้าเราก็จะยิ้มแย้ม
รู้สึกมีความสุขไม่เหงาเพราะอย่างน้อยลูกค้าก็เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเราคนหนึ่ง
นั่นคือสิ่งที่บงบอกเราว่าปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนในงานนี้มากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้
เกื้อหนุนที่จะทำให้ร้านเราเปิดต่อไปได้
เกื้อหนุนในเรื่องต่างๆภายในร้านซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
